บล็อกนี้ผมสร้างขึ้นเพื่อแบ่งปันความรู้ในเรื่องต่างๆ ให้กับเล่าสมาชิกที่อยู่ในแวดดวงการก่อสร้าง วิศวกรรม อสังหาริมทรัพย์ หรือผู้ที่สนใจได้เข้ามาดูวิทยาการใหม่หรือข้อมูลที่น่าสนใจ ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพของเหล่าช่างกันครับ รวมถึงการแชร์ประสบการณ์ต่างๆ ให้เข้ามาร่วมพูดคุยสนทนา ปัญหาคับข้องใจต่างๆ ทั้งหลายด้วยกัน
เทคโนโลยีการบริหารทรัพยากรอาคาร (FM-Facilities Management)
ผมเองเริ่มสนใจศึกษาโปรแกรม ARCHIBUS ซึ่งเป็นโปรแกรมบริหารทรัพยากรอาคาร (FM-Facilities Management) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เฉพาะปีที่ผ่านมีอยดขายและบริการกว่า 1.7 พันล้านเหรียญ หรือประมาณ ห้าหมื่นล้านบาท เมื่อประมาณ 9-10 ปีที่แล้ว ซึ่งเวลานั้นคนไทยยังไม่มีใครรู้จักและให้ความสนใจด้านการบริหารทรัพยากรอาคารเลย เพราะคนไทยให้ความสนใจกับโปรแกรม GIS (Geographic Information System) กันมากกว่า ซึ่งโปรแกรม GIS และ FM ก็มีส่วนใกล้เคียงกันมาก เพราะโปรแกรมนั้นต่างก็อาศัยพิกัดมาทำงาน ทั้ง แผนที่ภูมิศาสตร์ (Map) หรือ แปลนพื้นอาคาร(Drawing) และเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล (Database) ซึ่ง GIS นั้นใช้งานสำหรับนอกอาคารป็นหลัก แต่ FM นั้นเป็นการใช้งานภายในอาคารเป็นหลัก และใช้สำหรับการบริหารจัดการองค์กรโดยเฉพาะ ซึ่งการบริหารทรัพยากรอาคารนั้นจะเป็นการรายงานข้อมูล ต้นทุนการดำเนินการ ให้กับผู้จัดการฝ่ายการเงิน (CFO) หรือ ผู้จัดการด้านกลยุทธ์(CSO) เพื่อเป็นข้อมูลที่สำคัญให้กับ CEO ให้นำข้อมูล ต้นทุนขององค์กรนี้ไปช่วยในการตัดสินใจ แทนการนั่งนึกกันเอาเอง
เมื่อเมษายนที่ผ่านมานี้ ผมได้เข้าร่วมประชุมประจำปีของคู่ค้า และ ARCHIBUS User Conference 2008 ที่ Washington DC สหรัฐอเมริกา พร้อมกับคณะเดินทางอีก 3 ท่าน ซึ่งมีโอกาสได้พบปะผู้คุยกับ Mr. Bruce Forbes ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทของ Archibus,Inc อย่างเป็นกันเองเป็นเวลานานนับชั่วโมง ซึ่ง Mr. Forbe นี้มีธุรกิจขนาดใหญ่อยู่หลายประเภท และยังจัดว่าเป็นคนรวยในระดับเศรษฐีโลกเลยทีเดียว ซึ่งเฉพาะ Archibus บริษัทเดียวของเขาจะถูกจัดอันดับของ Fortune500 ในปี 2009 !
ซึ่งการสัมมนานี้จะถูกจัดขึ้นทุกปี แต่สถานที่จัดงานจะหมุนเวียนกันไปในรัฐต่างๆในสหรัฐอเมเริกาโดยจัดขึ้นเป็นเวลา 3 โดยเชิญผู้ใช้งานจากองค์กรขนาดใหญ่ที่ใช้โปรแกรม Archibus ทั่วโลก มาเป็นวิทยากร ให้เล่าถึงประโยชน์ และประสบการณ์การใช้โปรแกรม ที่สามารถช่วยองค์กรตนเองให้ประหยัดเงินจำนวนมากได้อย่างไร
ซึ่งการเข้าสัมมนาครั้งนี้เป็นการพูดถึงอยู่ 4 กลุ่ม คือ สถานที่ (Place) คน (People) กระบวนการทำงาน (Process) และเทคโนโลยี (Technology) และมีขบวนการทำงานเป็น 4 ขบวนการบริหารทรัพยากรอาคารทั้งระบบ ซึ่งสามารถแบ่งการทำงานได้ดังนี้
1.ขบวนการการบริหารทรัพยากรอาคาร (Facilities Management)
ซึ่งกระบวนการนี้จะเป็นการเริ่มตั้งแต่ การวางแผนสถานที่ก่อสร้าง การออกแบบ และการก่อสร้างอาคาร
- การวางแผนหลักกลยุทธ์ (Strategic Master Planning)
- การบริหารพื้นที่ (Space Management)
- การบริหารเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ (Furniture and Equipment Management)
- การบริการสถานที่ทำงาน (Workplace Services)
- การบริหารการขนย้าย (Move Management)
2.ขบวนการการบริหารเทคโนโลยี (Technology Management)
โดยเริ่มต้นกระบวนการการกำหนดแผนที่กายภาพระบบเครือข่าย (Physical Network Mapping) จนถึง การติดตามกายภาพของทรัพย์สิน (Physical Asset Tracking)
- การบริหารระบบการสื่อสาร และสายเคเบิล (Telecom and Cable Management)
- การควบคุมทรัพย์สิน (Asset Control)
- การประเมินสภาพทรัพย์สิน (Condition Assessment)
- การจัดลำดับขั้นการทำงาน (Work Wizard)
3.ขบวนการการบริหารการทำงาน (Operation Management)
โดยเป็นกระบวนการการบริหารอาคารและการป้องกัน จนถึงการประเมินอายุการใช้งานและ ความปลอดภัยทรัพย์สิน
- การบริหารการบำรุงรักษาอาคาร (Building Operation Management)
- การเตรียมความฉุกเฉิน (Emergency Preparedness)
- การประเมินสภาพภาพทรัพย์สิน (Condition Assessment)
- การประเมินความยั่งยืนสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability Assessment)
4.ขบวนการการบริหารที่ดิน (Property Management)
ซึ่งเป็นกระบวนการวางแผนพอร์ตฟอริโออสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Portfolio Planning) กระบวนการการกำหนด และการใช้งานซ้ำ (Assignment and Redeployment)
- การกำหนดงบประมาณดำเนินการ (Capital Budgeting)
- การบริหารโครงการ (Project Management)
- การบริหารที่ดินและการเช่า (Property and Lease Management)
ซึ่งโปรแกรม ARCHIBUS แบ่งเป็นโมดูลย่อย 18 โมดูล เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้เฉพาะส่วนที่ต้องการ สามารถทำงานได้แบบ Client Server และผ่านอินเตอร์เน็ต ทำงานร่วมกับแบบแปลนพื้นกับไฟล์ AutoCAD แบบ 2 มิติ และ Revit Architecture เป็นโมเดลอาคาร 3 มิติ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจาก GIS ได้ โดยผู้ใช้สามารถสร้างรายงานได้เอง (Customized report) รองรับอักษรไทย (Thai fonts) โดยผู้ใช้สามารถเลือกฐานข้อมูลแบบใดก็ได้ เช่น Oracle ,MS SQL, Sybase เป็นต้น โดยสามารถต่อเชื่อมกับระบบ ERP ทั้ง SAP และ Oracle ได้
โดยโปรแกรม Archibus มีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 4 ล้านคน จำนวน 16,000 หน่วยงานที่เลือกใช้ ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ธนาคาร โรงงาน โรงงานยา โรงพบาบาล พลังงาน สถานศึกษา ขนส่ง ระบบสาธารณูปโภคของรัฐ และมีลูกค้ายักษ์ใหญ่อ้างอิงทั่วโลก เช่น Citigroup ,IBM,Kodak , Ebay,The Coca-cola ,DHL, JPMorgan ,MoganStanley ,NASA ,MTR Hong Kong, Google ,ABN-AMRO , American Express , Rice University , Duke University เป็นต้น
ซึ่งหากทุกคนเข้าใจเรื่อง ข้อมูล (Data) รายละเอียด (Information) ความรู้ (Knowledge) และปัญญา (Intelligent) แล้ว จะเข้าใจดีว่า หากเราไม่มีข้อมูลแล้วย่อมจะไม่มีทางที่จะมีรายละเอียด ความรู้ หรือ การมีปัญญาได้เลย เพราะมูลค่าทรัพย์สินในแต่ละองค์กรมีมูลค่าสูงถึง 35 % เลยทีเดียว ลองนึกดูนะครับหากงบประมาณประจำของไทยอยู่ที่ หนึ่งล้านล้านบาทต่อปี นั้นก็หมายถึง สามแสนห้าหมื่นล้านบาท เป็นทรัพย์สิน และ ทรัพย์สินที่มีประเทศไทยเราจัดซื้อมาเป็นสี่สิบห้าสิบปีนั้น เรายังไม่เคยมีการบริหารอย่างถูกต้องเลย แล้วเราจะบริหารประเทศให้ก้าวหน้าได้อย่างไร
หากเป็นองค์กรเอกชนจะก็ตั้งเมื่อได้เห็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจ เราจึงจัดแผนกต่างๆมาเพื่อให้เหมาะสมกับการผลิตหรือบริการกับความต้องการของลูกค้า พอเวลาเปลี่ยนแปลงไปเรามักจะยุ่งกับการทำงาน และมัวยุ่งกับการขยายงานเพิ่มรายได้ แต่ลืมไปว่า ความต้องการของลูกค้านั้นอาจเปลี่ยนแปลงไป ทรัพย์สินและทีมงานที่ทำงานหารายได้ให้กับเรา อาจเลิกทำเงินให้กับเราแล้วแต่เราไม่สามารถรู้ได้เลย เพราะหากเป็นองค์กรขนาดใหญ่ แต่ก็ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายเหมือนๆกับแผนกที่ทำเงินให้กับเรา แล้วองค์กรจะสามารถพัฒนาไปได้อย่างไร การเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ ทำให้ผลสามารถเข้าใจถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับองค์กรได้ดีขึ้น และแน่นอนผมคงต้องเข้าสัมมนาที่จะจัดขึ้นในปี 2009 ที่รัฐอริโซนา เดือนเมษายน อีกแน่นอน
หมวดหมู่: ซอฟท์แวร์
คำสำคัญ:
เทคโนโลยีการบริหารทรัพยากรอาคาร, Facilities Management, IT, FM
เขียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2551 เวลา 11:15 น.