บล็อกนี้ผมสร้างขึ้นเพื่อแบ่งปันความรู้ในเรื่องต่างๆ ให้กับเล่าสมาชิกที่อยู่ในแวดดวงการก่อสร้าง วิศวกรรม อสังหาริมทรัพย์ หรือผู้ที่สนใจได้เข้ามาดูวิทยาการใหม่หรือข้อมูลที่น่าสนใจ ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพของเหล่าช่างกันครับ รวมถึงการแชร์ประสบการณ์ต่างๆ ให้เข้ามาร่วมพูดคุยสนทนา ปัญหาคับข้องใจต่างๆ ทั้งหลายด้วยกัน
ผมใคร่ขออนุญาตเล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวของผม ที่ได้ไปสัมผัสกับคำสั่งสอนจากหลวงพ่อเกษม วัดสามแยก จังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งแต่เมื่อปลายปี 2550 จนถึงปัจจุบัน ดังนี้
ผมได้ยินเรื่องหลวงพ่อเกษม วัดสามแยก จังหวัดเพชรบูรณ์ จากคนที่ผมรู้จักท่านหนึ่ง ซึ่งเล่าถึงว่ามีหลวงพ่อท่านหนึ่ง มีการสั่งสอนให้ไม่ให้ใส่เครื่องราง หรือพระพุทธรูป เหมือนกับพระสงฆ์ทั่วไป ซึ่งผมเองก็ได้แต่ตำหนิอยู่ในใจว่าทำไมถึงทำแบบนั้นนะ แล้วเรื่องนี้ก็ผ่านไปหลายเดือน มีอยู่มาวันหนึ่ง ผมได้ถามเพื่อนรุ่นพี่ผมตอนพี่เขาขับรถยนต์ไปส่งผมที่บ้านย่านเมืองนนท์ ผมได้ถามกับพี่เขาว่า พี่ครับ ผมเองทำงานมาก็มาก เรียนมาก็มาก สิ่งที่ผมทำดูเหมือนว่าไม่ได้ผลลัพธ์เท่าที่ควรเหมือนที่ควรเป็นในต่างประเทศ เพราะหากผมไปอยู่ต่างประเทศมันน่าจะสบายกว่านี้นะ พี่ว่ามีอะไรหรือเปล่าที่ผมยังไม่รู้ และน่าจะต้องรู้และศึกษาเพิ่ม พี่ท่านนั้นก็เริ่มเล่าให้ผมฟังว่า สิ่งที่เราเข้าใจว่ารับนับถือศาสนาพุทธนั้น จริงๆ แล้วมันเป็นแค่เปลือกนอกเท่านั้น ซึ่งพิธีกรรมต่างๆ ที่ทำให้เราเข้าไปไม่ถึงแก่นของคำสั่งสอนของสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วพี่เขาก็ถามผมต่อไปอีกว่า
- แล้วผมเชื่อเรื่องเทวดาหรือเปล่า? ผมบอกว่า ไม่เชื่อ (ก็แน่ละผมเรียนทางวิทยาศาสตร์นะ)
- แล้วพี่เขาถามผมต่อว่า แล้วผมเชื่อในพระไตรปิกฎหรือเปล่า? ผมตอบทันทีว่า เชื่อ! เพราะนั้นเป็นการรวบรวมเอาคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า โดยแยกเป็น 3 หมวด โดยมีการสังฆยนาพระไตรปิกฎมาหลายครั้งแล้ว ผมได้ตอบพี่เขาไปประมาณนั้น
- พี่เขาถามผมต่อไปอีกว่า ก็ตอนเวลาไปทำบุญที่วัด พระจะให้เรากรวดน้ำไปหาญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว หรืออุทิศบุญไปให้เทวดา แล้วยังไง ก็เพราะในพระไตรปิกฎก็ระบุไว้อย่างนั้น !
คำถามนั้นทำให้ผมต้องคิดหนัก เพราะผมรู้ได้ทันทีว่าต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่งผิดแน่นอน ผมผิด หรือพระไตรปิกฎผิด และแน่นอนว่าผมต้องผิดอยู่แล้ว เพราะผมศึกษาเรื่องพุทธศาสนาไม่ดีพอ พอรถยนต์พี่เขาขับถึงบ้านผมแล้วแล้ว พี่เขาบอกว่า อาจารย์ลองเข้าไปศึกษาในเว็ปก่อนก็ได้ เพราะบอกไปตอนนี้จะหาว่าแกเป็นบ้าไปแล้ว ผมเข้าถึงบ้านผมต่ออินเตอร์เน็ตเข้าดูในเว็ปทันที ซึ่งขณะนั้นก็เที่ยงคืนเข้าไปแล้ว ผมศึกษาและ Download ไฟล์เป็น mp3 มาฟังอย่างต่อเนื่องอีกหลายวัน ผมตัดสินใจบอกกับตัวเองว่า ผมต้องไปเจอหลวงพ่อเกษมวันหยุดที่จะถึงแน่นอน ผมโทร. ไปหาพี่เขาว่า พี่ช่วยพาผมไปหน่อยนะ พอถึงวันเสาร์พี่ และผมได้เดินทางไปวัดสามแยกด้วยกัน ผมเตรียมคำถามไปถามเยอะแยะไปหมด เพราะผมอยากจะถามกับพระมาเป็นเวลานาน แต่ก็หาที่ถามไม่ได้ซักที เพราะไปเจอพระตอนไหนก็จะให้ทำแต่ สังฆทาน กันร่ำไป ผมได้ตั้งคำถามที่อยากจะถามและผมก็เชื่อมั่นว่าคนไทยชาวพุทธแบบไทยๆ นั้น ก็คงอยากจะถามเหมือนกับผม ซึ่งผมมีคำถามบ้างส่วนดังนี้ (***โดยคำในวงเล็บผมได้เข้าใจเพิ่มเติมได้จากการฟังธรรมจากหลวงพ่อเกษม และอ่านเพิ่มเติมจากพระไตรปิกฎ)
- ผมจำเป็นไหม ที่จะต้องท่องมนต์หรือคำสวดเป็นภาษาบาลีเพราะผมไม่เข้าใจซักคำ ผมจะได้บุญหรือเปล่า (พระพุทธเจ้าให้พระสอนชาวพุทธเป็นภาษาท้องถิ่น เพราะการสอนเป็นภาษาบาลีเป็นภาษาของอินเดียโบราณ แม้แต่คนอินเดียในปัจจุบันยังไม่เข้าใจเลย!)
- ทำไมเวลาไปทำบุญต้อง ซื้อดอกไม้ รูป เทียน ไว้พระด้วย ทำไมศาสนาเราถึงมักน้อยจัง เพราะหากซื้อดอกไม้ รูปเทียน แล้วได้บุญ ผมจะไปซื้อที่ดินทำฟาร์มดอกไม้ ผมจะได้บุญมาก (การทำบุญมีได้ 10 อย่าง การทำทานเป็นวัตถุนั้นเป็นเพียง 1 เดียว นอกนั้นไม่ต้องใช้เงินเลย ดอกไม้ รูปเทียน เป็นการทำตามกันมาด้วยความศรัทธาแต่ไม่เกี่ยวกันกับการได้บุญ )
- ทำไมประเทศที่นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่นั้นมีประชากรที่ยากจน หรือด้อยพัฒนา (เพราะติดยึดในพิธีกรรมมากกว่าความเป็นจริง)
- พระดูดวงให้จะแม่นกว่าหมอดูจริง หรือไม่ (พระพุทธเจ้าห้ามมิให้พระทำการดูดวง ทำนายต่างๆ นานาโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากมิใช่กิจของสงฆ์แล้ว มีข้อผิดอื่นๆ อีกหลายข้อ)
- เวลาทำบุญเอาเงินใส่ซองให้กับพระเวลานิมนต์มางาน แล้วเวลาได้น้อยพระกลับบ่นพรึมพร่ำ ผมบาป หรือไม่ (ในพระไตรปิกฎระบุแน่ชัดว่า ห้ามพระสงฆ์รับเงิน การรับเงินเป็นการทุศีลแล้ว)
- ทำไมเวลาซื้อพระพุทธรูป ต้องเรียกว่า เป็นค่าบูชา ทั้งๆ ที่ซื้อขายเหมือนกับ สินค้า หรือบริการอื่นๆ (พระพุทธเจ้าห้ามทำรูปเหมือน เพื่อเป็นตัวแทนของพระองค์ ดังคำที่ว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ซึ่งมีปรากฎในพระไตรปิกฏ)
- เครื่องรางของขลังทำไมช่วยทำให้เราปลอดภัยจากภัยต่างๆ ได้จริง หรือไม่? (ดูในเว็ปhttp://www.bcoms.net/buddhism/detail.asp?id=219 พระไตรปิกฎ ระบุว่า ผีเต็มเมืองเมื่อพระทุศีลเอาแต่ปลุกเสกเครื่องรางของขลัง)
- พระไตรปิกฎเชื่อถือได้จริงหรือเปล่า (พระไตรปิกฎนั้นสามารถเปรียบได้เสมือนรัฐธรรมนูญในการปกครองบ้านเมืองนั้นเอง ซึ่งพระเวลาบวชนั้นก็จะกล่าวคำว่า จะถือเอาพระไตรปิกฎนั้นเป็นที่ตั้ง)
- หากเทวดามีจริง แล้วผี เจ้ากรรมนายเวร หรือเชื้อโรค ละมีด้วยหรือเปล่า (ผี เจ้ากรรมนายเวร หรือเทวดามีในพระไตรปิกฎ)
- ทำไมคนรวย จึงรวยขึ้นๆ แบบสบายๆ ไม่ค่อยได้ทำอะไรมากเลย แต่ชาวบ้านทำงานแทบตายก็ยังต้องปากกัดตีนถีบอยู่กว่าจะได้อยู่ได้กิน (ทำบุญกับพระทุศีลนั้นได้บาป–จากพระไตรปิกฎ)
หลังจากผมได้กลับจากวัดสามแยกในครั้งนั้น ทำให้ผมได้พบความจริงอีกด้าน สิ่งที่เป็นความจริงที่ชาวพุทธทั้งประเทศไทยไม่มีใครทราบ สิ่งที่หลวงพ่อเกษมแตกต่างจากพระท่านอื่นคือ หลวงพ่อเกษมจะสอนตามพระไตรปิกฎ โดยไม่ได้สอนตามแนวที่ตนเองปฎิบัติเลย ทำให้คำสั่งสอนไม่ผิดเพี้ยนเหมือนที่พบเห็นทั่วไป หากชาวพุทธยึดถือ และปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า สังคมคงน่าอยู่กว่าในปัจจุบัน พระพุทธเจ้านั้นได้ฝากศาสนาพุทธไว้กับ พระภิกษุสงฆ์ พระภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ให้ทำนุบำรุงศาสนา การที่เราไม่เข้าใจอย่างท่องแท้นั้น จะนำไปสู่การทำให้พระพุทธศาสนาที่เรานับถือนั้นเสื่อมลง
ผมได้รับคำตอบมากมายจนไม่ต้องถามคำถามที่เตรียมไว้ถามหลวงพ่อเกษมเลย เพราะการที่มีเครื่องรางขอขลังห้อยคอนั้น แสดงว่าเรายังไม่ได้นับถือพุทธศาสนาเลย แต่เราส่วนใหญ่กลับนึกไปว่าเราเป็นชาวพุทธ และจะรู้สึกโกรธเมื่อมีใครทำสิ่งตรงข้ามกับที่เราเชื่อ และศรัทธา ซึ่งสิ่งที่เราเชื่อนั้นกลับตรงกันข้ามกับพระพุทธเจ้าทรงห้ามไว้ทั้งสิ้น
หากการปกป้องพุทธศาสนากลับกลายเป็นการทำร้ายพระสงฆ์ที่เคร่งในคำสั่งสอนแล้วไซร้ ชาวพุทธจะยึดถืออะไรเป็นที่พึ่ง จะให้ผม หรือชาวพุทธยึด อิฐ หิน โลหะ เป็นที่พึ่งกระนั้นหรือ?
ผมขอกราบเรียนว่าทั้งหมดที่เล่ามานั้นเป็นเรื่องจริง มิได้มีอะไรมาแอบแผงแต่ประการใด หากท่านต้องการซักถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมประการใด ผมมีความยินดีที่จะเดินทางไปให้อธิบายด้วยตนเอง หากท่านให้ความกรุณา ผมจึงใคร่ขอขอบพระคุณมากล่วงหน้า ณ ที่นี้ด้วย
ขอแสดงความนับถือย่างสูง
นาย ชาติชาย สุภัควนิช
หมวดหมู่: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ:
หลวงพ่อเกษม วัดสามแยก จังหวัดเพชรบูรณ์
เขียนเมื่อ: 31 ก.ค. 2551 เวลา 10:03 น.